เรื่องราวของ "จีน" ผ่านแว่นของคนไทยเชื้อสายจีน
"เชียงรุ้ง หรือ จิ่งหง"
8 ปีที่แล้วเราได้เดินทางเข้าไปสัมผัสดินแดน "ประเทศจีน" เป็นครั้งแรกในชีวิตด้วยวิธีการแบ๊กแพคหรือสะพายเป้ท่องเที่ยวกับเพื่อนสาวอีก 2 คน ความตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวเมืองจีนถูกผ่อนคลายด้วยสถานที่ที่เรากำลังจะเดินทางไป คือ ดินแดนสิบสองพันนา อันเป็นอาณาเขตของคนไทลื้อที่มีความคล้ายคลึงกับชาวไทยในภาคเหนือในเกือบทุกด้าน ทั้งภาษาพูด การแต่งกาย วัฒนธรรม ความเชื่อ จะแตกต่างก็เพียงประวัติศาสตร์ที่ชาวไทลื้อสิบสองพันนากลายเป็นประชากรของสาธารณรัฐประชาชนจีน ขณะที่ชาวไทยภาคเหนือเป็นประชากรของประเทศไทย เหตุนี้ ความตื่นกลัวในด้านภาษาที่เราไม่คุ้นเคยจนถึงไม่กระดิกหูเลยนั้น ก็ไม่ได้สร้างความวิตกให้กับพวกเราเท่าไหร่นัก ก็คิดกันง่ายๆว่า คนไท (ไทย) เหมือนกัน พูดภาษาเดียวกัน จากนั้นเราก็ลุยอ่าน อ่าน อ่าน หนังสือท่องเที่ยว และพร้อมแบกเป้ลุยจีนด้วยความทรนงและฮึกเหิมในวัยคะนอง พวกเราตัดสินใจไปเที่ยวสิบสองพันนากันทั้งหมด 8 วัน 7 คืน โดยไม่มีใครพูดภาษาจีนได้สักคำ!!! ก็จะเข้าถ้ำเสือพันธ์เดียวกัน ทำไมต้องพูดภาษาสิงโตล่ะ จริงมั้ย...และทันทีที่เครื่องบินแลนด์ดิ้งที่สิบสองพันนา เราก็ค้นพบความจริงอันน่าใจหายว่า ชีวิตต่อจากนี้อีก 8 วันจะทำฉันใด...โอ ไหนใครว่าไทลื้อพูดเหมือนคนเมืองยังไงยังงั้น ทำไมเมืองทั้งเมืองถึงฉ่งฉั่งๆๆกันไม่หยุดล่ะ เมืองไทลื้อแบบดั้งเดิมที่เราใฝ่ฝัน ที่เราโหยหาอยู่ที่ไหนกัน...แล้วก็เกิดคำถามที่ไม่มีใครอยากตอบในกลุ่ม สาว สาว สาว ว่า..เรามาทำอะไรกันที่นี่???
บ้านเรือนเมืองหลักของสิบสองพันนาคือเมืองเชียงรุ่ง บางตำราก็ว่าเชียงรุ้ง เพราะตามตำนานว่าไว้ว่าขุนเจืองปฐมกษัตริย์แห่งสิบสองพันนาไล่ตามกวางน้อยและยิงธนูมาจนถึงดินแดนแห่งนี้ในเวลารุ่งอรุณพอดิบพอดี จากนั้นจึงเกิดการตั้งถิ่นฐานของชาวไทลื้อขึ้นบริเวณที่ราบระหว่างหุบเขาที่เมืองแห่งนี้ ต่อมาเมืองเชียงรุ่งก็ขยายตัวและกลายเป็นศูนย์กลางทางการปกครองของอาณาจักรเชียงรุ่งที่เปลี่ยนชื่อมาเป็น อาณาจักรสิบสองพันนา นอกจากจะเป็นศูนย์กลางการปกครองแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและสังคมของชาวไทลื้ออีกด้วย เมืองเชียงรุ่งจึงอุ่นหนาฝาคั่งไปด้วยผู้คน การค้าและบ้านเมืองขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยบ้านสไตล์ไทลื้อซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงในด้านความงามและความลงตัว
แต่ ณ เมืองเชียงรุ่ง หรือ จิ่งหง (Jing Hong) ในวันที่เราไปเยือน มันได้ละลายภาพจินตนาการของพวกเราไปในทันที เมืองเชียงรุ่งทำไมถึงกลายเป็นเมืองจิ่งหงน่ะเหรอ คงทายกันไม่ยากหรอกนะ ก็จีนไงที่เป็นตัวการ จีนทำให้สิบสองพันนากลายเป็นจีนไปตั้งแต่ช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ 20 แล้ว ทั้งอาหารการกิน การแต่งกาย สภาพบ้านเมือง ดูยังไงๆก็ไม่ใช่สิบสองพันนาของแท้และดั้งเดิม บ้านเรือนแบบตึกแถวและอาคารน้อยใหญ่เรียงรายอยู่แทนที่บ้านทรงไทลื้อที่เราโหยหา เสน่ห์คำเมืองที่หวังจะได้ยินก็กลายเป็นเสียงตะโกนโหวกเหวก วัฒนธรรมอ่อนหวานดั้งเดิมกลับกลายเป็นความกระด้างและขากถุยอยู่ทุกหนแห่ง อะไรกันหนอคือการพัฒนา เมื่อเชียงรุ้งกลายเป็นจิ่งหงนี่หรือคือการพัฒนาตามคำอธิบายของจีน...พวกเราคงได้แต่เก็บความสงสัยนี้เอาไว้ ขอหยุดนิ่งอยู่สักคืน หลับฝันสักตื่น ให้จิตใจพักผ่อนหลังจากผ่านความสะเทือนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ...ไว้พร้อมเมื่อไหร่ พวกเราก็พร้อมจะลุยต่อกันทันที
ในความฝัน เราตื่นขึ้นมาเห็นตัวเองย้อนไปในวัยนักศึกษา กับความรักครั้งแรกที่แสนสวยงามและอบอุ่นอยู่ในใจ แม้เวลาจะล่วงเลยมานับสิบปี ก็ไม่ผิดใช่มั้ยถ้าใครสักคนจะเป็นรักครั้งแรกของเราตลอดไป ความรักที่ไม่เคยทำให้เราผิดหวัง แม้ว่าความสัมพันธ์จะไม่ยืนนานเช่นความรักนั้นก็ตาม แม้ว่าความสัมพันธ์ภายใต้รักแท้จะทำให้เสียน้ำตา ทำให้เด็กสาวคนหนึ่งแกร่งกร้าวขึ้นด้วยต้องการปกปิดรอยน้ำตาของตน...แต่ความรักครั้งนั้นก็ยังเป็นนิรันดร์มิใช่หรือ
เชียงรุ้งในจินตนาการของพวกเรา ก็ไม่ต่างอะไรกับความรักอันบริสุทธิ์นั้น มันช่างอ่อนโยนและบอบบางต่อลมที่พัดโชยผ่าน แม้ว่าในความเป็นจริงเชียงรุ้งได้กลายเป็นเมืองจิ่งหงไปแล้วก็ตาม ก็เป็นแค่ความสัมพันธ์ที่แปรเปลี่ยน แต่จิตวิญญาณแห่งความรักและวัฒนธรรม ยังเป็นแก่นกลางแห่งความเปลี่ยนแปลงทั้งมวล ยังคงส่งกลิ่นหอมหวลและยึดเหนี่ยวใจคนไว้เป็นนิรันดร

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น